ชนิดผ้ามีผลต่อการหลุดใยมากกว่าที่คิด งานวิจัยที่ซักผ้าน้ำหนักเฉลี่ย 6 กิโลกรัมหนึ่งครั้งพบว่าอะคริลิกหลุดราว 728,000 เส้น โพลีเอสเตอร์ล้วนราว 496,000 เส้น ส่วนผ้าผสมโพลีเอสเตอร์กับคอตตอนเหลือเพียงราว 138,000 เส้น ต่างกันเกือบสามเท่าจากการเปลี่ยนสูตรผ้าอย่างเดียว
ตารางเส้นใยที่หลุดต่อการซักหนึ่งครั้ง
งานวิจัยที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดคือของมหาวิทยาลัยพลีมัธโดย Napper และ Thompson ตีพิมพ์ใน Marine Pollution Bulletin ปี 2016
| ชนิดผ้า | เส้นใยที่หลุดต่อการซัก 1 ครั้งโดยประมาณ |
|---|---|
| อะคริลิก | ราว 728,000 เส้น ซึ่งมากที่สุด |
| โพลีเอสเตอร์ล้วน | ราว 496,000 เส้น |
| ผ้าผสมโพลีเอสเตอร์กับคอตตอน | ราว 138,000 เส้น ซึ่งน้อยที่สุด |
จุดที่สำคัญสำหรับคนทำเสื้อคือผ้าผสมหลุดใยน้อยกว่าผ้าสังเคราะห์ล้วนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะปรับสูตรน้ำยาซักอย่างไร และงานวิจัยยังพบว่าการเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือน้ำยาซักบางชนิดกลับทำให้หลุดใยมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับความเข้าใจทั่วไป
ห้าอย่างที่คนเลือกผ้าควบคุมได้
- เลือกเส้นใยให้เหมาะงาน สินค้าบางกลุ่มไม่จำเป็นต้องเป็นโพลีเอสเตอร์ล้วน เส้นใยธรรมชาติอย่างคอตตอนหรือกัญชงไม่ปล่อยไมโครพลาสติกแบบเส้นใยสังเคราะห์เพราะย่อยสลายได้มากกว่า
- เลือกโครงสร้างผ้าที่แน่นและเส้นด้ายคุณภาพ ผ้าที่ทอหรือถักแน่นและใช้เส้นด้ายเกรดดีมีแนวโน้มหลุดขุยและหลุดใยน้อยกว่าผ้าเนื้อหลวมราคาถูก
- เน้นความทนทานเพื่อให้ซักน้อยครั้งลงตลอดอายุ เสื้อคุณภาพที่ใส่ได้นานหลายปีถูกซักรวมน้อยครั้งกว่าเสื้อที่พังไว
- ให้คำแนะนำการซักที่ถูกต้อง ซักน้ำเย็น ซักเต็มถังเพื่อลดการเสียดสี และเลี่ยงการซักถี่เกินจำเป็น
- สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเลือกใช้ผ้ารีไซเคิลหรือผ้าธรรมชาติ ให้เล่าเหตุผลด้านความยั่งยืนแบบมีที่มา ไม่เคลมเกินจริง
ทางเลือกเนื้อผ้าแบบเจาะลึกอยู่ที่ Combed กับ OE ต่างกันยังไง · ผ้ากัญชงทนกว่าคอตตอน 3 เท่า · ผ้าเทนเซลต่างจากผ้าไผ่และคอตตอนยังไง · ผ้ารีไซเคิลกับมาตรฐาน GRS และ OEKO-TEX
ตีความตัวเลขยังไงไม่ให้ผิด
ตัวเลขการหลุดใยแตกต่างกันตามวิธีทดลอง ชนิดผ้า อายุเสื้อ และเงื่อนไขการซัก จึงควรใช้เป็นลำดับความรุนแรงเชิงเปรียบเทียบมากกว่าค่าตายตัว สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงคืออันดับ ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะ ๆ
อีกข้อคือการเลือกเส้นใยธรรมชาติมีมิติอื่นที่ต้องชั่งน้ำหนัก เช่นการใช้น้ำและสารเคมีในการเพาะปลูก การตัดสินใจที่ดีจึงมองความยั่งยืนแบบรอบด้าน ไม่ใช่แค่แกนเดียว
ภาพใหญ่และทิศทางกฎ
IUCN ประเมินว่าราว 35% ของไมโครพลาสติกปฐมภูมิที่ลงสู่มหาสมุทรมาจากการซักสิ่งทอสังเคราะห์ ทำให้สิ่งทอเป็นแหล่งเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด และประเมินว่าระหว่าง 15 ถึง 31% ของพลาสติกที่ลงมหาสมุทรต่อปีเป็นไมโครพลาสติกปฐมภูมิ โดยเกือบสองในสามมาจากการซักสิ่งทอสังเคราะห์รวมกับการสึกของยางรถยนต์ และสิ่งทอสังเคราะห์เป็นแหล่งหลักในภูมิภาคเอเชีย
ฝั่งกฎหมาย ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกที่ออกกฎภายใต้กฎหมาย AGEC กำหนดให้เครื่องซักผ้าใหม่ต้องมีระบบดักจับไมโครไฟเบอร์ ตั้งเป้าเริ่ม 1 มกราคม 2025 แต่มีรายงานว่าบทบัญญัตินี้ยังไม่ถูกบังคับใช้เต็มรูปแบบเพราะยังต้องรอนิยามทางเทคนิคว่าตัวกรองแบบใดจึงถือว่าผ่านเกณฑ์ ส่วน EU เดินหน้าทั้งการจำกัดไมโครพลาสติกที่เติมโดยเจตนา และการผลักดันให้มองการหลุดใยของผ้าสังเคราะห์เป็นข้อบกพร่องด้านการออกแบบที่ผู้ผลิตต้องแก้ที่ต้นทาง
สถานะของกฎแต่ละฉบับแบบละเอียดอยู่ที่ กฎไมโครพลาสติกสิ่งทอ อะไรบังคับแล้ว และทิศทางความโปร่งใสของสิ่งทออยู่ที่ DPP เสื้อผ้าเริ่มบังคับปีไหน
ส่งสินค้าที่อยากผลิตมาให้ทีมงาน Thana Plus 153 จับคู่เนื้อผ้ากับการใช้งานและเป้าหมายความยั่งยืนของแบรนด์ได้
แหล่งอ้างอิง
- Washing clothes releases thousands of microplastic particles into environment, study shows — University of Plymouth
- Invisible plastic particles from textiles and tyres a major source of ocean pollution — IUCN
- Microplastics from textiles: towards a circular economy for textiles in Europe — European Environment Agency (EEA)
- France the First to Introduce Mandatory Microfibre Filters on Washing Machines — PlanetCare
- Our clothes shed microfibres — here’s what we can do — Fashion Revolution



