เสื้อยืด

Acid Wash ไม่ได้ใช้กรด แยกสี่เทคนิคฟอกย้อมให้ถูกก่อนสั่ง

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

คอลลาจเสื้อยืดฟอกวินเทจสีกรมท่าลาย acid wash พร้อมสวอตช์เทียบสี่เทคนิคฟอกย้อมบนพื้นปูน

ชื่อ Acid Wash ทำให้เข้าใจผิด เพราะกระบวนการนี้ไม่ได้ใช้กรด แต่ใช้การออกซิไดซ์ฟอกสีออกเฉพาะจุด นี่คือหนึ่งในสี่เทคนิคที่ทำให้เสื้อยืดฟอกวินเทจดูซีดเก่าทั้งที่เพิ่งออกจากโรงงาน และทั้งสี่ให้ลุคกับความทนต่างกันชัดเจน

ตารางเทียบสี่เทคนิค

การฟอกคือทำให้สีที่มีอยู่จางลง ส่วนการย้อมคือใส่สีให้ผ้าใหม่ สองอย่างนี้คนละเรื่องกัน

เทคนิคหลักการลุคที่ได้ความนุ่มการจางสีผลต่อสิ่งแวดล้อม
Enzyme หรือ Stone Washกัดและขัดผิวเส้นใยจางนุ่มสม่ำเสมอนุ่มมากจางเล็กน้อย คงที่ดี ใช้น้ำและพลังงานน้อย
Acid Washหินภูเขาไฟแช่สารฟอกด่างขาวเป็นหย่อมคมชัดนุ่มปานกลางคงรอยด่างถาวรต่ำ ใช้สารออกซิไดซ์
Garment Dyeย้อมหลังตัดเย็บสีเข้มอิ่ม เหลือบเล็กน้อยนุ่มมากจางช้า สีอยู่ทนปานกลาง
Pigment Dyeสีเกาะผิวผ้าซีดวินเทจ ยิ่งใส่ยิ่งเก่าค่อนข้างแข็งตอนใหม่จางเร็วโดยตั้งใจปานกลาง

Acid Wash ใช้การออกซิไดซ์ ไม่ใช่กรด

วิธีคลาสสิกคือนำหินภูเขาไฟไปแช่สารฟอกแล้วตีแบบแห้งกับผ้า จุดที่หินสัมผัสบ่อยจะฟอกขาวมาก เกิดเป็นลายด่างขาวสลับเข้มแบบหินอ่อนหรือแบบพระจันทร์ สารฟอกที่ใช้กันมีสองกลุ่มหลัก

  1. โซเดียมไฮโปคลอไรต์ หรือคลอรีน ความเข้มข้นราว 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์
  2. โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ราว 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคุมผลได้ง่ายกว่าและเป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรงพอกัน

หลังฟอกต้องล้างสารตกค้างให้หมด เมื่อใช้โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตจะเกิดคราบแมงกานีสไดออกไซด์สีน้ำตาลที่ต้องล้างออกด้วยกรดออกซาลิก ส่วนคลอรีนต้องใช้สารรีดิวซ์ลดฤทธิ์ ขั้นตอนเหล่านี้ทำให้ Acid Wash เป็นเทคนิคที่เคมีหนักที่สุดในกลุ่ม จึงควรทำกับโรงงานที่คุมกระบวนการและน้ำทิ้งได้จริง

ลุค Acid Wash เด่นที่คอนทราสต์ของด่างขาวคมชัด จึงเหมาะกับเสื้อสีเข้ม ถ้าผ้าสีอ่อนอยู่แล้วจะเห็นเอฟเฟกต์ไม่ชัด

Enzyme Wash กัดผิวเส้นใยด้วยเซลลูเลส

Stone Wash คือการตีผ้ากับหินภูเขาไฟให้ผิวผ้าถูกขัดจนสีจางและสัมผัสนุ่มขึ้น ส่วน Enzyme Wash เป็นเวอร์ชันที่ทันสมัยกว่า ใช้เอนไซม์เซลลูเลสค่อย ๆ กัดเซลลูโลสที่ผิวเส้นใยฝ้าย ให้ผ้าจางลง นุ่ม และได้สัมผัสแบบผิวพีชที่เนียนมือ

จุดเด่นคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการตีหินล้วน เพราะใช้น้ำและพลังงานน้อยกว่า และลดปริมาณหินที่สึกเป็นตะกอน เหมาะกับเสื้อยืดคอตตอนที่อยากได้ลุคใส่มานานแต่ยังเรียบร้อย พื้นฐานเนื้อผ้าฝ้ายอยู่ที่ Combed กับ OE ต่างกันยังไง

Garment Dye กับ Pigment Dye ต่างกันที่สีอยู่ตรงไหน

Garment Dye คือการนำเสื้อที่ตัดเย็บเสร็จแล้วไปย้อมทั้งตัว ต่างจากการย้อมด้ายหรือย้อมผ้าก่อนตัด ผลคือสีซึมลึกเข้าเส้นใย ได้สีอิ่ม นุ่ม และมีเหลือบสีเหลื่อมเล็กน้อยตรงตะเข็บ สีติดทนและจางช้ากว่า Pigment Dye อย่างชัดเจน

Pigment Dye ใช้เม็ดสีที่เกาะอยู่บนผิวผ้ามากกว่าซึมเข้าเนื้อ ตอนใหม่อาจรู้สึกแข็งมือเล็กน้อยแต่จะนุ่มลงเมื่อซัก จุดขายคือสีจะค่อย ๆ จางตามการใช้งานจนได้ลุควินเทจที่เป็นธรรมชาติ แต่ต้องสื่อสารกับลูกค้าว่าการจางคือฟีเจอร์ ไม่ใช่ตำหนิ

เลือกเทคนิคไหนให้ตรงสไตล์แบรนด์

  • อยากได้ลุคเรียบ นุ่ม พรีเมียม สีอยู่ทน เลือก Garment Dye หรือ Enzyme Wash
  • อยากได้ลุควินเทจซีดเก่าเด่นชัดในราคาจับต้องได้ เลือก Pigment Dye
  • อยากได้ลายด่างขาวสตรีทคอนทราสต์สูง เลือก Acid Wash กับโรงงานที่คุมเคมีได้
  • เน้นความยั่งยืน เลือก Enzyme Wash มาก่อนแล้วเลี่ยง Acid Wash ที่ใช้สารออกซิไดซ์หนัก สอดคล้องกับแนวทางใน ผ้ารีไซเคิลกับใบรับรอง GRS

ลุคซีดเก่าไปด้วยกันได้ดีกับทรงหนาโอเวอร์ไซซ์ ดูการเลือกน้ำหนักผ้าที่ Boxy Fit ต้องใช้ผ้ากี่ GSM และเข้ากับโทนนิวทรัลตาม เสื้อขาวโชว์ทุกข้อบกพร่อง

สี่ข้อควรรู้ก่อนสั่งผลิต

  1. เฉดสีจะไม่เท่ากันทุกตัว งานฟอกและย้อมมีความแปรปรวนตามรอบการตีและการดูดซับ ควรตกลงช่วงสีที่ยอมรับได้กับโรงงานก่อน อย่าคาดหวังเป๊ะเหมือนงานสกรีนสีเรียบ
  2. เลือกเนื้อผ้าให้เหมาะ Enzyme, Stone และ Acid Wash ทำงานได้ดีกับผ้าฝ้าย ส่วนผ้าโพลีเอสเตอร์ตอบสนองต่างออกไป แจ้งลุคที่ต้องการให้โรงงานช่วยเลือกผ้า
  3. ลำดับงานฟอกกับงานพิมพ์ ถ้าจะสกรีนหรือ DTF ทับ ส่วนใหญ่ฟอกหรือย้อมให้เสร็จก่อนแล้วจึงพิมพ์ ภาพรวมงานพิมพ์อยู่ที่ DTF พิมพ์ยังไง สี่ขั้นตอน
  4. เผื่อต้นทุนและเวลา ทุกเทคนิคคือขั้นตอนเพิ่มจากเสื้อเปล่า มีค่าฟอกหรือย้อมและเวลาผลิตเพิ่ม ควรคำนวณก่อนตั้งราคา

ดูแลให้จางช้าลง

การจางของ Pigment Dye เป็นเรื่องตั้งใจ แต่ถ้าดูแลผิดจะจางเร็วและเลอะเกินงาม

ควรทำ ซักด้วยน้ำเย็นและใช้น้ำยาซักสูตรอ่อน กลับด้านในออกก่อนซัก แยกซักจากผ้าสีอื่นในช่วงแรก และตากในที่ร่มเลี่ยงแดดจัด

ควรเลี่ยง น้ำยาฟอกขาวและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ดึงสีออกเร็ว น้ำร้อนและการอบแห้งความร้อนสูง รวมถึงการขยี้แรงตรงลายพิมพ์

หลักการเต็มอยู่ที่ ดูแลเสื้อสกรีนให้สีสด และอย่าสับสนกับ หมึกพลาสติซอลต้องอบถึง 150-170 องศา ซึ่งเป็นปัญหาคนละแบบ

ส่งลุคที่อยากได้มาให้ทีมงาน Thana Plus 153 จับคู่ผ้ากับเทคนิคฟอกและทำตัวอย่างก่อนผลิตจริงได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

Acid Wash กับ Enzyme Wash ต่างกันอย่างไร

Acid Wash ใช้หินภูเขาไฟแช่สารฟอกอย่างโซเดียมไฮโปคลอไรต์หรือโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ตีกับผ้าให้เกิดรอยด่างขาวเป็นหย่อมคมชัดแบบหินอ่อน ส่วน Enzyme Wash ใช้เอนไซม์เซลลูเลสกัดผิวเส้นใยให้สีจางลงนุ่มมือสม่ำเสมอ และใช้น้ำกับพลังงานน้อยกว่า

เสื้อยืดฟอกวินเทจสีจางลงเรื่อย ๆ ปกติไหม

เป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ตั้งใจออกแบบไว้ งาน Pigment Dye มีเม็ดสีเกาะอยู่ที่ผิวผ้า จึงจางลงทีละน้อยจนได้ลุควินเทจที่ยิ่งใส่ยิ่งเข้าที่ ถ้าไม่อยากให้จางเร็วเกินไป ให้ซักน้ำเย็น แยกซักจากผ้าสีอื่น งดน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม และตากในที่ร่ม

สั่งผลิตเสื้อฟอกวินเทจ แต่ละตัวสีจะเท่ากันทุกตัวไหม

ไม่เท่ากันเป๊ะ และนั่นคือเสน่ห์ของงานฟอก แต่ละตัวจะมีระดับความเข้มและความด่างต่างกันเล็กน้อยตามรอบการตีและการดูดซับสี ควรเผื่อใจเรื่องความต่างของเฉดและคุยกับโรงงานเรื่องช่วงสีที่ยอมรับได้ก่อนเริ่มผลิตจริง

ฟอกวินเทจแล้วยังสกรีนหรือ DTF ทับได้ไหม

ได้ แต่ลำดับงานสำคัญ ส่วนใหญ่ฟอกหรือย้อมเสื้อให้เสร็จก่อนแล้วจึงสกรีนหรือ DTF ทับ เพื่อไม่ให้กระบวนการฟอกไปทำลายลายพิมพ์ ควรแจ้งโรงงานตั้งแต่ต้นว่าจะมีทั้งงานฟอกและงานพิมพ์เพื่อวางคิวงานให้ถูก

Acid Wash ใช้กับผ้าสีอ่อนได้ไหม

ได้แต่เห็นเอฟเฟกต์ไม่ชัด เพราะลุคนี้เด่นที่คอนทราสต์ระหว่างรอยด่างขาวกับสีพื้น จึงเหมาะกับเสื้อสีเข้มอย่างดำ กรมท่า หรือเขียวขี้ม้ามากกว่า

สนใจผลิตเสื้อกับ THANAPLUS? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @TNP153