เสื้อยืด

หมึกพลาสติซอลต้องอบถึง 150-170°C ไม่งั้นลายแตกแน่

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

เสื้อยืดโทนน้ำเงินและเทาวางเรียงในโรงงาน แสดงงานสกรีนที่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

ลายสกรีนที่แตกลอกภายในไม่กี่เดือนมีสาเหตุอันดับหนึ่งคือการอบหมึกไม่สุก หมึกพลาสติซอลต้องอบให้เนื้อหมึกถึงราว 150 ถึง 170 องศาเซลเซียสจึงจะยึดเกาะถาวร ปัญหาคือมันรู้สึกเหมือนแห้งแล้วทั้งที่ข้างในยังไม่สุก การซักจึงเป็นแค่ตัวเร่ง ไม่ใช่ต้นเหตุ

อบไม่สุกคือสาเหตุอันดับหนึ่งของลายแตก

หมึกพลาสติซอลซึ่งเป็นหมึกสกรีนยอดนิยมต้องถูกอบให้เนื้อหมึกถึงอุณหภูมิราว 300 ถึง 340 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 150 ถึง 170 องศาเซลเซียส จึงจะสุกและยึดเกาะผ้าอย่างถาวร ช่างที่ขาดเครื่องมือวัดอุณหภูมิมักเข้าใจผิดว่าอบเสร็จแล้วเพราะผิวหมึกแห้ง ผลคือหมึกแตกร้าวและลอกเมื่อใช้งานไปสักพัก

สาเหตุรองที่พบคือการลงหมึกหนาเกินไปจนชั้นหมึกแข็งและสูญเสียความยืดหยุ่น แรงกดยางปาดไม่พอจนหมึกไม่ซึมเข้าเนื้อผ้า และการเลือกเนื้อผ้ากับหมึกที่ไม่เข้ากัน

วิธีที่มืออาชีพใช้ตรวจว่าหมึกสุกจริงคือการทดสอบดึงยืด โดยปล่อยให้ลายเย็นตัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน แล้วดึงผ้าให้ยืด ถ้าลายแตกหรือร่อนแสดงว่าอบไม่สุก โรงงานที่ได้มาตรฐานทำขั้นตอนนี้เป็นกิจวัตร ขณะที่ร้านทั่วไปมักข้ามไป

สีตกมาจากการฟิกซ์สี ไม่ใช่การซัก

ปัจจัยแรกคือชนิดของสีย้อม สีย้อมแบบ Reactive Dye เกิดพันธะเคมีกับเส้นใยฝ้ายโดยตรง สีจึงซึมลึก สดเข้ม และทนการซักได้หลายสิบครั้งโดยไม่ซีดง่าย ขณะที่ Pigment Dye เกาะอยู่บนผิวเส้นใยเท่านั้น จึงค่อย ๆ จางลงทุกครั้งที่ซัก

ปัจจัยที่สองคือการฟิกซ์สี ซึ่งเป็นขั้นตอนล็อกสีให้ติดแน่นกับเนื้อผ้าหลังย้อม เสื้อที่ไม่ผ่านการฟิกซ์สีจากโรงย้อมจะมีสีย้อมส่วนเกินค้างอยู่บนผิวผ้า เมื่อโดนน้ำครั้งแรกสีเหล่านี้จึงหลุดออกมาทันที นี่คือสาเหตุที่เสื้อใหม่มักสีตกหนักในการซักครั้งแรก

ปัจจัยเสริมที่ทำให้สีจางเร็วขึ้นคือน้ำร้อนที่คลายโครงสร้างเส้นใยจนเม็ดสีหลุดง่าย ผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาว และการตากแดดจัดเพราะรังสียูวีทำลายทั้งเม็ดสีและเส้นใย ทั้งหมดนี้เป็นตัวเร่ง ส่วนรากของปัญหาคือคุณภาพสีและการฟิกซ์สีตั้งแต่ต้นทาง คุณภาพเนื้อผ้าเองก็มีผล รายละเอียดอยู่ที่ Combed กับ OE ต่างกันยังไง

เทียบความทนของแต่ละเทคนิค

  • ซิลค์สกรีน ใช้บล็อกปาดหมึกลงผ้า ทนทานมากถ้าอบสุกถูกอุณหภูมิ และคุ้มค่าเมื่อผลิตจำนวนมากด้วยลายสีน้อย
  • DTF พิมพ์หมึกลงฟิล์มแล้วรีดติดผ้า แหล่งข้อมูลไทยระบุว่าทนการซักได้ราว 30 ถึง 50 ครั้งโดยไม่หลุดลอกหรือซีด เหมาะกับลายหลายสีและไล่เฉด
  • DTG พิมพ์หมึกซึมเข้าเส้นใยโดยตรง ให้สัมผัสเนียนแต่ราคาต่อตัวสูงกว่า
  • เฟล็กซ์ ตัดแผ่นไวนิลแล้วรีดติด เหมาะกับงานสีเดียวและตัวอักษร คมชัดทนทาน

ไม่มีเทคนิคใดดีที่สุดสำหรับทุกงาน สิ่งที่ทำให้ต่างคือโรงงานเลือกเทคนิคให้เหมาะกับลายและเนื้อผ้าแล้วควบคุมกระบวนการอย่างถูกต้องหรือไม่ ความต่างของ DTF อธิบายไว้ที่ DTF พิมพ์ยังไง สี่ขั้นตอน

สี่ตัวชี้วัดที่บอกว่าโรงงานได้มาตรฐาน

หนึ่ง มีการทดสอบความคงทนของสี อุตสาหกรรมสิ่งทอมีมาตรฐานสากลวัดเรื่องนี้โดยตรง ทั้งการทดสอบความคงทนต่อการซักตาม AATCC 61 และต่อการเสียดสีตาม AATCC 8 ผลให้คะแนนตามเกรย์สเกล 1 ถึง 5 โดยเกรด 5 คือไม่ซีดเลยและเกรด 1 คือสีตกหนัก

สอง ผ่านการฟิกซ์สีและทดสอบซักก่อนผลิตจริง ควรเลือกผ้าที่ผ่านการฟิกซ์สีจากโรงย้อมและทดสอบซักก่อนผลิตเสมอ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ร้านราคาถูกมักตัดทิ้ง

สาม มีการรับรองมาตรฐาน เช่น OEKO-TEX STANDARD 100 ที่ตรวจสารเคมีอันตรายกว่า 100 ชนิด และระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 การรับรองเหล่านี้บ่งบอกว่าโรงงานมีกระบวนการควบคุมคุณภาพที่ตรวจสอบซ้ำได้ ไม่ใช่ทำตามความเคยชิน

สี่ ควบคุมอุณหภูมิการอบหมึกได้แม่นยำ มีเครื่องวัดอุณหภูมิหมึก ทำ Stretch Test และคุมความหนาหมึกอย่างสม่ำเสมอ

เช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิต

  • ถามว่าผ้าผ่านการฟิกซ์สีหรือยัง และเป็นสีย้อมแบบ Reactive หรือไม่
  • ขอตัวอย่างไปทดลองซักก่อนสั่งล็อตใหญ่
  • ถามว่าใช้เทคนิคสกรีนอะไร และเหมาะกับลายกับเนื้อผ้าของเราหรือไม่
  • เลือกโรงงานที่มีใบรับรองอย่าง OEKO-TEX หรือ ISO 9001
  • ขอดูนโยบายรับประกันกรณีสีตกหรือสกรีนลอก

เช็กลิสต์ฉบับเต็มก่อนกดสั่งล็อตแรกอยู่ที่ เช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิตเสื้อยืดล็อตแรก ส่วนการดูแลรักษาที่ช่วยยืดอายุลายอยู่ที่ ซัก ตาก รีดเสื้อสกรีนยังไงไม่ให้ลายแตกลอก ซึ่งช่วยชะลอได้จริงแต่แก้ปัญหาที่มาจากโรงงานไม่ได้

อยากผลิตเสื้อที่สีไม่ตกลายไม่ลอก คุยกับทีมงาน Thana Plus 153 เรื่องงานรับผลิตเสื้อที่คุมคุณภาพสีและงานสกรีน ได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

สกรีนแตกลอกเกิดจากการซักผิดวิธีหรือเปล่า

การซักเป็นแค่ตัวเร่ง สาเหตุหลักคือการอบหมึกไม่สุก หมึกพลาสติซอลต้องอบให้เนื้อหมึกถึงราว 150 ถึง 170 องศาเซลเซียสจึงจะยึดเกาะถาวร ถ้าอบไม่ถึงอุณหภูมิ หมึกจะแตกร้าวและลอกเมื่อใช้งานไปสักพักต่อให้ดูแลดีแค่ไหน

ตรวจว่าหมึกสุกจริงยังไง

ใช้การทดสอบดึงยืดหรือ Stretch Test โดยปล่อยให้ลายเย็นตัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน แล้วดึงผ้าให้ยืด ถ้าลายแตกหรือร่อนแสดงว่าอบไม่สุก โรงงานที่ได้มาตรฐานจะทำขั้นตอนนี้เป็นกิจวัตร

เสื้อใหม่สีตกตั้งแต่ซักครั้งแรก ปกติไหม

พบได้บ่อยแต่ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรยอมรับ มักเกิดจากเสื้อที่ไม่ผ่านการฟิกซ์สีจากโรงย้อม ทำให้มีสีย้อมส่วนเกินค้างบนผิวผ้าและหลุดออกเมื่อโดนน้ำครั้งแรก เสื้อที่ฟิกซ์สีและใช้สีย้อมแบบ Reactive จะแทบไม่ตกแม้ซักหลายสิบครั้ง

สีย้อม Reactive ต่างจาก Pigment ยังไง

Reactive Dye เกิดพันธะเคมีกับเส้นใยฝ้ายโดยตรง สีจึงซึมลึก สดเข้ม และทนการซักได้หลายสิบครั้งโดยไม่ซีดง่าย ส่วน Pigment Dye เกาะอยู่บนผิวเส้นใยเท่านั้น จึงค่อย ๆ จางลงทุกครั้งที่ซัก

จะรู้ได้ยังไงว่าโรงงานได้มาตรฐานจริง

ดูจากการทดสอบความคงทนของสีที่ให้คะแนนเกรย์สเกล 1 ถึง 5 การฟิกซ์สีและทดสอบซักก่อนผลิต ใบรับรองอย่าง OEKO-TEX STANDARD 100 หรือ ISO 9001 และการคุมอุณหภูมิอบหมึกด้วยเครื่องวัดพร้อมทำ Stretch Test เป็นกิจวัตร

สนใจผลิตเสื้อกับ THANAPLUS? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @TNP153