ลายสกรีนเสียจากสองปัจจัยเท่านั้น คือความร้อนกับการเสียดสี วิธีดูแลทั้งหมดจึงสรุปได้เป็นประโยคเดียวว่า กลับด้านในออกทุกขั้นตอน ใช้น้ำเย็น ตากในร่ม และอย่าให้เตารีดแตะลายโดยตรง หลักนี้ใช้ได้เหมือนกันทั้งงานซิลค์สกรีน DTF และ DTG
ความร้อนกับการเสียดสีทำอะไรกับลาย
ความร้อนทำให้เนื้อหมึกอ่อนตัวและยึดเกาะผ้าได้แย่ลง น้ำร้อนในการซัก เครื่องอบที่ร้อนจัด และเตารีดที่กดทับลายจึงให้ผลเหมือนกันคือลายแตกและสีตก ส่วนแดดจัดทำงานผ่านรังสียูวีที่ทำให้สีซีดและเนื้อลายกรอบจนแตกง่ายขึ้น
การเสียดสีเป็นอีกทาง ทุกครั้งที่ลายถูไปมากับผ้าอื่นหรือกับผนังถังซัก เนื้อหมึกจะสึกทีละนิด การขยี้แรงตรงลายเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นมาก ทุกคำแนะนำที่เหลือในหน้านี้คือการตัดสองปัจจัยนี้ออกทีละจุด
ซักยังไงให้ลายอยู่
- กลับด้านในออกก่อนซักเสมอ เพื่อให้ผ้าเป็นตัวรับการเสียดสีแทนลาย
- ใช้ น้ำเย็นหรืออุณหภูมิห้อง ไม่ใช้น้ำร้อน
- ใช้ผงซักฟอกสูตรอ่อน เลี่ยงสูตรที่มีสารฟอกขาวหรือคลอรีน
- ซักมือหรือปั่นเบา อย่าขยี้แรงตรงลาย
- แยกซักกับเสื้อสีเข้มในครั้งแรก ๆ เพื่อกันสีตกใส่กัน
ตากและอบ ความร้อนคือศัตรู
- กลับด้านในออกแล้วตากในที่ร่มที่มีลมโกรก
- เลี่ยงแดดจัดตรง ๆ เพราะยูวีทำให้สีซีดและลายกรอบ
- ตากบนราวแทนการหนีบตรงลาย
- อย่าผึ่งในเครื่องอบที่ร้อนจัด ความร้อนสูงทำลายลาย
รีดโดยไม่ให้เตารีดแตะลาย
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือรีดกลับด้านในออก เตารีดจะไม่สัมผัสลายเลย ถ้าจำเป็นต้องรีดจากด้านที่มีลายจริง ๆ ให้รองด้วยผ้าบาง ๆ ทับบนลายก่อนแล้วใช้ไฟอ่อน และอย่าใช้ไอน้ำแรงหรือกดค้างบนลายนาน
เก็บยังไงไม่ให้ลายติดกัน
พับหรือแขวนโดยไม่ให้ลายถูกพับทับกันแน่นเป็นเวลานาน ลายสกรีนโดยเฉพาะงานยางและ DTF อาจติดกันได้ในที่อับชื้นหรือร้อน ที่เก็บควรแห้งและอากาศถ่ายเท
ตารางสรุป ควรทำ กับ ห้ามทำ
| ควรทำ | ห้ามทำ |
|---|---|
| กลับด้านในก่อนซัก ตาก และรีด | ซักน้ำร้อน |
| ใช้น้ำเย็นกับผงซักสูตรอ่อน | ใช้น้ำยาฟอกขาว |
| ตากในร่มบนราว | ตากแดดจัดหรืออบร้อนจัด |
| รีดไฟอ่อนโดยเลี่ยงลาย | รีดทับลายตรง ๆ ด้วยไฟแรง |
ลายแต่ละเทคนิคทนต่างกัน ความต่างระหว่าง DTF กับซิลค์สกรีนอยู่ที่ งานสกรีนดิจิทัล DTF คืออะไร และเสื้อที่ดูแลแล้วอยู่ทนเริ่มจากเนื้อผ้าที่ดีก่อน ดูได้ที่ ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด หรือคุยกับทีมงาน Thana Plus 153 เรื่องบริการรับผลิตและสกรีนเสื้อ ได้โดยตรง



