การตลาด

ภาษี 19% เก็บกับของส่งออก ไม่ใช่เสื้อที่ผลิตขายในไทย

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

เสื้อยืดและตัวอย่างผ้าโทนน้ำเงินเทาวางบนโต๊ะ ฉากหลังเป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า

ภาษีสหรัฐ 19 เปอร์เซ็นต์เก็บกับของที่ส่งออกไปขายในสหรัฐเท่านั้น ไม่ได้เก็บกับเสื้อที่ผลิตและขายในประเทศไทย แบรนด์เล็กและร้านรับผลิตเสื้อที่เน้นตลาดในประเทศจึงแทบไม่โดนผลกระทบโดยตรง และยังได้เปรียบจากกำลังผลิตที่เหลือมากขึ้น

ภาษีนี้เก็บกับใคร

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 สหรัฐและไทยบรรลุกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทน โดยสหรัฐคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไว้ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไทยตกลงยกเลิกภาษีให้สินค้าสหรัฐราว 99 เปอร์เซ็นต์ของรายการ ตามเอกสารทางการของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐและแถลงการณ์ร่วมของทำเนียบขาว

ตัวเลข 19 เปอร์เซ็นต์ถือว่าดีขึ้นจากกรอบเดิมที่เคยถูกขู่ไว้สูงถึง 36 เปอร์เซ็นต์ และอัตราเปลี่ยนผ่านที่ระดับ 29 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางปี แต่ก็ยังสูงกว่าฐานเดิมที่เคยอยู่ราว 10 เปอร์เซ็นต์เกือบสองเท่า สำหรับสินค้าที่มาร์จิ้นบางอย่างเสื้อผ้า ส่วนต่างนี้กินกำไรจนแข่งขันยาก

ทำไมโรงงานส่งออกสะเทือน

ประเด็นข้อมูล
ตลาดส่งออกอันดับ 1สหรัฐคิดเป็นราว 40% ของการส่งออกเสื้อผ้าไทย รองลงมาคือญี่ปุ่นราว 18%
การจ้างงานภาคเครื่องนุ่งห่มจ้างแรงงานราว 600,000–800,000 คน
โครงสร้างต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบรวมกันราว 60–70% ของต้นทุนการผลิต
คู่แข่งภูมิภาคเวียดนามและอินโดนีเซียได้อัตราภาษีใกล้เคียงหรือต่ำกว่า แย่งออเดอร์ได้ง่าย

เมื่อภาษีพุ่ง ผู้ซื้อรายใหญ่ในสหรัฐมีแนวโน้มย้ายคำสั่งซื้อไปประเทศที่ต้นทุนรวมถูกกว่า สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยจึงเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อหาตลาดทดแทนและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

กำลังผลิตที่เหลือคือแต้มต่อของแบรนด์เล็ก

  • โรงงานหันมารับงานในประเทศมากขึ้น เมื่อออเดอร์ส่งออกลด แบรนด์เล็กจึงต่อรองจำนวนขั้นต่ำและราคาได้ง่ายกว่าเดิม
  • กระแสอุดหนุนสินค้าไทย ผู้บริโภคและภาครัฐหันมาสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ สมาคมฯ ผลักดันฉลาก Made in Thailand ให้เป็นเครื่องหมายคุณภาพแบบเดียวกับแบรนด์ญี่ปุ่นหรือเกาหลี
  • ตลาดในประเทศยังโต แม้ภาพส่งออกชะลอ แต่ตลาดเสื้อผ้าในประเทศและอีคอมเมิร์ซยังขยายตัว โดยช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • ดีมานด์เสื้อสั่งทำทั่วโลกยังพุ่ง นักวิเคราะห์ประเมินตลาดรับผลิตและพิมพ์เสื้อยืดทั่วโลกเติบโตระดับเลขสองหลักต่อปีที่ CAGR ราว 11.5 เปอร์เซ็นต์ โดย Grand View Research คาดแตะ 9.82 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ส่วน Mordor Intelligence คาดราว 13.19 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031

ห้าทางปรับตัวที่ทำได้ทันที

  1. โฟกัสตลาดในประเทศก่อน ถ้ายังไม่ได้ส่งออกก็ไม่ต้องกังวลภาษีนี้เลย ทุ่มสร้างฐานลูกค้าคนไทยให้แน่นผ่านโซเชียลและร้านออนไลน์ แล้วค่อยมองตลาดนอกเมื่อพร้อม
  2. เริ่มเล็ก ผลิตตามดีมานด์ อย่าทุ่มสต๊อกในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน ใช้การผลิตจำนวนน้อยหรือผลิตตามสั่งเพื่อทดสอบดีไซน์ก่อน เทียบวิธีได้ที่ POD หรือสั่งผลิตจริง
  3. ชูจุดขายผลิตในไทย สื่อสารเรื่องคุณภาพ ความเร็วในการส่ง และการสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศให้เป็นจุดต่างจากสินค้านำเข้าราคาถูก
  4. คุมต้นทุนวัตถุดิบให้เป็น เมื่อค่าผ้าและฝ้ายผันผวน การเลือกเนื้อผ้าและล็อตการผลิตอย่างชาญฉลาดช่วยรักษากำไร ดูที่ ราคาฝ้ายโลกกับต้นทุนเสื้อยืด
  5. แข่งด้วยคุณค่า ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว สินค้าจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแข่งที่ราคา แบรนด์ไทยควรแข่งที่ดีไซน์ เรื่องราว และบริการ แนวทางละเอียดอยู่ที่ อยู่รอดในสนามที่ Shein และ Temu ครองราคา

เตรียมเอกสารแหล่งกำเนิดไว้ตั้งแต่วันนี้

ในเกมที่ต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบกินสัดส่วน 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิต การแข่งราคากับโรงงานต่างประเทศขนาดใหญ่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับ SME ทางออกที่ยั่งยืนกว่าคือขยับไปเล่นในตลาดเฉพาะกลุ่มที่เน้นดีไซน์ คุณภาพ และความยั่งยืน โดยใช้ข้อได้เปรียบสามอย่างของการผลิตในประเทศ ทั้งส่งไวแก้งานง่าย จำนวนสั่งผลิตยืดหยุ่น และเล่าที่มาของสินค้าได้จริง

หากเป้าหมายระยะยาวคือการส่งออก สิ่งที่ควรเตรียมตั้งแต่วันนี้คือการพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าให้ชัด เพราะกฎการค้าทั้งฝั่งสหรัฐและสหภาพยุโรปเข้มงวดขึ้นเรื่องการสวมสิทธิและเอกสารต้นทาง การมีซัพพลายเชนในไทยที่ตรวจสอบได้จึงเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่ภาระ

อยากเริ่มผลิตเสื้อแบรนด์ตัวเองแบบล็อตเล็กและผลิตในไทย คุยกับทีมงาน Thana Plus 153 เพื่อวางแผนเนื้อผ้า งานสกรีน และจำนวนผลิตให้เหมาะกับงบได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ภาษีสหรัฐ 19 เปอร์เซ็นต์กระทบแบรนด์เสื้อที่ขายในไทยไหม

กระทบทางตรงน้อยมาก เพราะภาษีนี้เก็บกับสินค้าที่ส่งออกไปขายในสหรัฐ ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตและขายในประเทศ แบรนด์ SME ที่ผลิตในไทยและขายคนไทยจึงแทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ควรจับตาต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันที่อาจเปลี่ยนไป

ออเดอร์ส่งออกที่หายไปทำให้แบรนด์เล็กได้อะไร

เมื่อคำสั่งซื้อจากสหรัฐลดลง โรงงานและซัพพลายเชนในไทยมีกำลังการผลิตว่างมากขึ้น ทำให้แบรนด์เล็กต่อรองจำนวนขั้นต่ำและราคาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งกระแสอุดหนุนสินค้าผลิตในไทยและการตลาดออนไลน์ช่วยให้แบรนด์ในประเทศเติบโตได้แม้ภาพรวมส่งออกชะลอ

ช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอนควรสั่งล็อตใหญ่ไหม

ขึ้นกับยอดขายที่พิสูจน์แล้ว ถ้ายังทดลองตลาดควรเริ่มจากผลิตจำนวนน้อยหรือผลิตตามสั่งเพื่อลดความเสี่ยงสต๊อกค้าง เมื่อมีดีไซน์ที่ขายดีชัดเจนค่อยขยับไปผลิตล็อตใหญ่เพื่อกดต้นทุนต่อตัวให้ต่ำลง

อัตรา 19 เปอร์เซ็นต์มาจากไหน

มาจากกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐกับไทยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยสหรัฐคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยไว้ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไทยตกลงยกเลิกภาษีให้สินค้าสหรัฐราว 99 เปอร์เซ็นต์ของรายการ

ถ้าอนาคตอยากส่งออกต้องเตรียมอะไร

ต้องพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าให้ชัด เพราะกฎการค้าทั้งฝั่งสหรัฐและสหภาพยุโรปเข้มงวดขึ้นเรื่องการสวมสิทธิและเอกสารต้นทาง การมีซัพพลายเชนในไทยที่ตรวจสอบได้จึงเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่ภาระ

สนใจผลิตเสื้อกับ THANAPLUS? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @TNP153