สกรีนนูนคุมด้วยสองตัวแปรหลัก คืออัตราผสมสารฟูที่ราว 5 ถึง 15% ของหมึก และอุณหภูมิอบที่ราว 140 ถึง 165 องศาเซลเซียส สองค่านี้ตัดสินว่าลายจะฟูสวยหรือไหม้ ความสม่ำเสมอจึงขึ้นกับประสบการณ์ช่างมากกว่าการมีหมึกฟูไว้ในมือ
สารฟูทำงานที่อุณหภูมิเท่าไหร่
หลักการคือผสมสารฟูหรือ blowing agent ลงในหมึกพลาสติซอลแล้วพิมพ์ลงเสื้อตามปกติ เมื่อนำเข้าเตาอบหรือรีดด้วยความร้อน สารฟูจะทำปฏิกิริยาและปล่อยแก๊สออกมาดันให้ชั้นหมึกพองตัวขึ้น
- สารฟูเริ่มทำงานที่อุณหภูมิราว 140 ถึง 165 องศาเซลเซียส ขึ้นกับสูตรหมึกและสารที่ใช้
- อัตราผสมอยู่ที่ราว 5 ถึง 15% ของหมึก ยิ่งผสมมากราว 10 ถึง 15% เนื้อยิ่งฟูและนุ่ม
- ต้องคุมทั้งอุณหภูมิและเวลาให้แม่น ถ้าน้อยไปหมึกไม่ฟูเต็มที่ ถ้ามากไปลายอาจไหม้หรือฟูไม่สม่ำเสมอ
นี่คือเหตุผลที่ควรขอตัวอย่างจากโรงงานก่อนเปิดล็อตเสมอ เพราะความสูงของลายที่ได้จริงอาจต่างจากที่จินตนาการไว้
ออกแบบลายยังไงให้ฟูแล้วยังคม
- เน้นลายเส้นหนา ตัวอักษรใหญ่ และพื้นที่ทึบ โลโก้และกราฟิกเรียบขึ้นฟูสวยที่สุด
- เลี่ยงเส้นบางมาก ตัวหนังสือเล็ก และฮาล์ฟโทนละเอียด เพราะเมื่อหมึกพองตัวเส้นบางจะบวมจนติดกันหรือเสียรูป
- เผื่อระยะห่างระหว่างองค์ประกอบ เพราะลายจะอ้วนขึ้นเล็กน้อยหลังฟู
- ใช้กับลายไม่กี่สี สกรีนนูนเหมาะกับงานสีน้อยแบบกราฟิกมากกว่าภาพถ่ายไล่เฉด
ถ้าลายเป็นภาพถ่าย ไล่เฉดละเอียด หรือหลายสีมาก เทคนิคอย่าง DTF ตอบโจทย์กว่า เทียบได้ที่ DTF พิมพ์ยังไง สี่ขั้นตอน และถ้าใช้ไฟล์จาก AI ควรเตรียมไฟล์ตามแนวทางใน ลายเสื้อจาก AI ขายได้แค่ไหน
ผ้าต้องหนาตั้งแต่ 220 GSM ขึ้นไป
ผ้าที่เหมาะคือผ้าหนาและมีโครง เพราะความนิ่งช่วยให้หมึกพองตัวได้สวยและคม โดยทั่วไปแนะนำผ้าที่หนักตั้งแต่ราว 6.5 ออนซ์ขึ้นไป หรือประมาณ 220 GSM ขึ้นไป คอตตอนเนื้อแน่นหรือผ้าผสมที่นิ่งจึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ส่วนผ้าบางมากอาจยับหรือทำให้ลายฟูดูไม่เต็ม
ข้อนี้ทำให้สกรีนนูนเข้ากันพอดีกับกระแสเสื้อผ้าหนา วิธีเลือกแกรมอยู่ที่ Boxy Fit ต้องใช้ผ้ากี่ GSM
ดูแลยังไงไม่ให้เนื้อฟูยุบ
ถ้าอบหมึกถูกอุณหภูมิและคุมเวลาดี ลายสกรีนนูนทนทานและคงรูปได้นานหลายครั้งซัก แต่เนื้อนูนต้องการการดูแลที่ระวังกว่าลายแบนเล็กน้อย
- กลับด้านในออกก่อนซัก เพื่อลดการเสียดสีกับลาย
- ซักน้ำเย็นและเลี่ยงน้ำยาแรงกับน้ำยาฟอกขาว ช่วยคงเนื้อฟูและสี
- เลี่ยงอบผ้าด้วยความร้อนสูง เพราะความร้อนซ้ำอาจทำให้เนื้อฟูยุบหรือแบน
- ห้ามรีดทับลายโดยตรง ถ้าจำเป็นให้รีดด้านในหรือรองผ้าและใช้ไฟอ่อน
หลักการดูแลโดยรวมคล้ายเสื้อสกรีนทั่วไป รายละเอียดอยู่ที่ ซัก ตาก รีดเสื้อสกรีนยังไงไม่ให้ลายแตกลอก
เทียบสกรีนนูนกับสกรีนแบน
| หัวข้อ | สกรีนนูน | สกรีนแบนด้วยพลาสติซอลปกติ |
|---|---|---|
| สัมผัสและลุค | นูนสามมิติ จับได้ ดูพรีเมียม | เรียบแบน |
| เหมาะกับลาย | เส้นหนา ตัวอักษรใหญ่ สีน้อย | ได้ทั้งลายละเอียดและพื้นที่ทึบ |
| รายละเอียดเล็ก | จำกัด เส้นบางบวมง่าย | เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า |
| ผ้าที่เหมาะ | ผ้าหนามีโครงตั้งแต่ราว 220 GSM | ได้หลากหลายกว่า |
| การดูแล | ต้องระวังความร้อนและการรีดทับ | ดูแลตามปกติ |
ถ้าอยากได้ผิวสัมผัสพิเศษแบบอื่นควบคู่กัน ดูเทคนิคที่ สกรีนฟอยล์ใช้กาวไม่ใช่หมึก
ส่งลายที่อยากทำนูนมาให้ทีมงาน Thana Plus 153 ทำตัวอย่างให้จับสัมผัสจริงก่อนตัดสินใจเปิดล็อตได้
แหล่งอ้างอิง
- Puff Print Ink: A Clear Guide to Uses, Application and Best Practices — London Screen Printers
- Puff Screen Printing: Everything You Want To Know About Puff Ink, Plastisol, and Puff Additives — Plastisol-Inks
- The Rise of Puff Printing: A Trendy 3D Effect — Printram
- Why Puff Screen Print Is Revolutionizing Streetwear Fashion — Jupmode



