รับผลิตเสื้อ

เพดานประกันสังคมขึ้นเป็น 17,500 นายจ้างจ่ายเพิ่มเท่าไหร่

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

จักรเย็บผ้าในโรงงานเสื้อวางคู่เหรียญและเอกสารคำนวณต้นทุนค่าแรง

ปี 2569 ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ปรับขึ้น แต่ต้นทุนแรงงานฝั่งนายจ้างขยับจริงผ่านเพดานประกันสังคมที่ขึ้นจาก 15,000 เป็น 17,500 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ผลคือเงินสมทบสูงสุดต่อคนต่อเดือนเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท หรือจ่ายเพิ่มราว 125 บาทต่อพนักงานหนึ่งคน

เพดานใหม่ทำให้จ่ายเพิ่มต่อหัวเท่าไหร่

การเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งกฎกระทรวงออกเมื่อ 11 ธันวาคม 2568 และมีผล 1 มกราคม 2569

  • อัตราสมทบ ยังคง 5% ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ได้ขึ้นอัตรา
  • เมื่อเพดานขยับ เงินสมทบสูงสุดต่อคนต่อเดือนของแต่ละฝ่ายเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท
  • นายจ้างจึงจ่ายเพิ่มสูงสุดราว 125 บาทต่อพนักงาน 1 คนต่อเดือน เฉพาะคนที่เงินเดือนถึงหรือเกินเพดานใหม่
  • นี่เป็นเพียงเฟสแรก เพดานถูกวางแผนขยับต่อเป็นขั้นจนถึง 23,000 บาทในปี 2575

สำหรับร้านเล็กที่มีพนักงาน 5 ถึง 10 คน ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มหลักหลายร้อยถึงราวพันบาทต่อเดือน ดูเหมือนไม่มาก แต่เมื่อรวมกับต้นทุนผ้าที่ผันผวนตามราคาฝ้ายโลกก็เป็นแรงกดดันที่สะสมได้ ฝั่งวัตถุดิบอยู่ที่ ฝ้ายถูกลงแต่เสื้อไม่ถูกตาม

ค่าแรงขั้นต่ำยังตรึงที่อัตราเดิม

อัตราที่ใช้อยู่มาจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 และยังบังคับใช้ต่อเนื่องในปี 2569 โดยยังไม่มีการประกาศปรับขึ้นรอบใหม่

พื้นที่อัตราบาทต่อวัน
กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เกาะสมุย400
จังหวัดกลุ่มเศรษฐกิจและท่องเที่ยวรองลงมาราว 355-380
จังหวัดค่าครองชีพต่ำสุด337

ถ้าโรงงานหรือทีมผลิตอยู่ในพื้นที่ 400 บาท ต้นทุนค่าแรงต่อวันจะสูงกว่าคู่แข่งที่อยู่ต่างจังหวัดโดยอัตโนมัติ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ราคาสั่งผลิตแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน

ผลกระทบเชิงโครงสร้างของอัตราค่าแรงต่อต้นทุนผลิตเสื้ออยู่ที่ ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทกระทบต้นทุนผลิตเสื้อแค่ไหน

ต้นทุนแรงงานอยู่ตรงไหนในราคาเสื้อหนึ่งตัว

ต้นทุนเสื้อสั่งผลิตมาจากสามก้อนหลัก คือเนื้อผ้า งานตัดเย็บซึ่งเป็นค่าแรง และงานพิมพ์ บวกค่าดำเนินการกับกำไร ค่าแรงเป็นต้นทุนต่อเดือนที่ถูกหารด้วยจำนวนงานที่ผลิตได้จริง หลักคิดสามข้อ

  1. ยิ่งผลิตต่อล็อตมาก ต้นทุนแรงงานต่อตัวยิ่งต่ำ เพราะเวลาตั้งเครื่อง เซ็ตบล็อกสกรีน และจัดคิว ถูกเฉลี่ยไปกับจำนวนตัวที่มากขึ้น
  2. คิวงานที่เต็มกำลังคุ้มกว่าคิวว่าง ค่าแรงต้องจ่ายตามเดือนอยู่แล้ว งานว่างคือต้นทุนจม
  3. แบบที่ตัดเย็บง่ายเสียเวลาน้อย ค่าแรงต่อตัวจึงถูกลง ดีไซน์ที่ซับซ้อนเกินจำเป็นเพิ่มชั่วโมงแรงงาน

นี่คือเหตุผลที่การสั่งผลิตเป็นล็อตมักถูกกว่าต่อตัวเมื่อเทียบกับพิมพ์ทีละใบ การเปรียบเทียบอยู่ที่ Print on Demand เทียบกับสั่งผลิตจริง

ห้ากลยุทธ์คุมต้นทุนโดยไม่ขึ้นราคา

กลยุทธ์ทำอย่างไร
รวมออร์เดอร์เป็นล็อตรวมหลายรุ่นหลายสีในรอบผลิตเดียว เพื่อเฉลี่ยค่าเซ็ตงานและค่าแรง
ล็อกสเปกให้ชัดก่อนผลิตลดการแก้งานกลางทางที่เพิ่มชั่วโมงแรงงานและของเสีย
เลือกเนื้อผ้าและเทคนิคพิมพ์ให้เหมาะงานไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงสุดถ้างานไม่ต้องการ
ทบทวนราคาเป็นรอบปรับราคาพร้อมกันทั้งต้นทุนผ้า หมึก และแรงงาน แทนขยับถี่
วางแผนคิวล่วงหน้าหลีกเลี่ยงงานด่วนที่ต้องทำ OT ซึ่งดันต้นทุนแรงงานต่อตัว

ก่อนเปิดผลิตล็อตแรก ให้กาง เช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิตเสื้อยืดล็อตแรก เพื่อล็อกสเปกให้จบและลดต้นทุนแฝงจากการแก้งาน ถ้าทุนยังจำกัด ดูแนวคิดเริ่มจากงบเล็กที่ ต้นทุนเสื้อแบรนด์ต่อตัวเท่าไร

ส่งสเปกและจำนวนที่คิดไว้มาให้ทีมงาน Thana Plus 153 คำนวณราคาจากต้นทุนจริงและช่วยวางแผนล็อตให้คุ้มได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

เพดานประกันสังคมใหม่ปี 2569 คือเท่าไหร่

เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 ขยับจาก 15,000 เป็น 17,500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยกฎกระทรวงออกเมื่อ 11 ธันวาคม 2568

นายจ้างจ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ต่อคน

อัตราสมทบยังคง 5% เท่าเดิม แต่เมื่อเพดานขยับ เงินสมทบสูงสุดต่อคนต่อเดือนของแต่ละฝ่ายเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท นายจ้างจึงจ่ายเพิ่มสูงสุดราว 125 บาทต่อพนักงานหนึ่งคนต่อเดือน เฉพาะคนที่เงินเดือนถึงหรือเกินเพดานใหม่

ปี 2569 ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นหรือยัง

อัตราที่ใช้อยู่คือชุดที่มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 และยังไม่มีการปรับขึ้นในปี 2569 ตัวเลขอยู่ระหว่าง 337 ถึง 400 บาทต่อวันแล้วแต่พื้นที่ ส่วนที่ได้เต็ม 400 บาทต่อวันมีหกแห่ง คือกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และเกาะสมุย

เพดานจะขยับอีกไหมในอนาคต

จะขยับอีก การปรับครั้งนี้เป็นเพียงเฟสแรก โดยเพดานถูกวางแผนขยับต่อเป็นขั้นจนถึง 23,000 บาทในปี 2575 ธุรกิจจึงควรวางแผนต้นทุนแรงงานระยะยาวไว้ตั้งแต่ตอนนี้

ควรผลักต้นทุนที่เพิ่มเข้าไปในราคาต่อตัวเลยไหม

ไม่จำเป็นต้องผลักทั้งหมดทันที เพราะต้นทุนแรงงานเป็นต้นทุนต่อเดือนที่กระจายไปตามจำนวนงานที่ผลิตได้ ยิ่งผลิตล็อตใหญ่และวางแผนคิวงานเต็มกำลัง ต้นทุนแรงงานต่อตัวยิ่งต่ำ ควรทบทวนราคาเป็นรอบพร้อมต้นทุนผ้าและหมึก

สนใจผลิตเสื้อกับ THANAPLUS? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @TNP153