ปี 2569 ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ปรับขึ้น แต่ต้นทุนแรงงานฝั่งนายจ้างขยับจริงผ่านเพดานประกันสังคมที่ขึ้นจาก 15,000 เป็น 17,500 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ผลคือเงินสมทบสูงสุดต่อคนต่อเดือนเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท หรือจ่ายเพิ่มราว 125 บาทต่อพนักงานหนึ่งคน
เพดานใหม่ทำให้จ่ายเพิ่มต่อหัวเท่าไหร่
การเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งกฎกระทรวงออกเมื่อ 11 ธันวาคม 2568 และมีผล 1 มกราคม 2569
- อัตราสมทบ ยังคง 5% ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ได้ขึ้นอัตรา
- เมื่อเพดานขยับ เงินสมทบสูงสุดต่อคนต่อเดือนของแต่ละฝ่ายเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท
- นายจ้างจึงจ่ายเพิ่มสูงสุดราว 125 บาทต่อพนักงาน 1 คนต่อเดือน เฉพาะคนที่เงินเดือนถึงหรือเกินเพดานใหม่
- นี่เป็นเพียงเฟสแรก เพดานถูกวางแผนขยับต่อเป็นขั้นจนถึง 23,000 บาทในปี 2575
สำหรับร้านเล็กที่มีพนักงาน 5 ถึง 10 คน ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มหลักหลายร้อยถึงราวพันบาทต่อเดือน ดูเหมือนไม่มาก แต่เมื่อรวมกับต้นทุนผ้าที่ผันผวนตามราคาฝ้ายโลกก็เป็นแรงกดดันที่สะสมได้ ฝั่งวัตถุดิบอยู่ที่ ฝ้ายถูกลงแต่เสื้อไม่ถูกตาม
ค่าแรงขั้นต่ำยังตรึงที่อัตราเดิม
อัตราที่ใช้อยู่มาจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 และยังบังคับใช้ต่อเนื่องในปี 2569 โดยยังไม่มีการประกาศปรับขึ้นรอบใหม่
| พื้นที่ | อัตราบาทต่อวัน |
|---|---|
| กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เกาะสมุย | 400 |
| จังหวัดกลุ่มเศรษฐกิจและท่องเที่ยวรองลงมา | ราว 355-380 |
| จังหวัดค่าครองชีพต่ำสุด | 337 |
ถ้าโรงงานหรือทีมผลิตอยู่ในพื้นที่ 400 บาท ต้นทุนค่าแรงต่อวันจะสูงกว่าคู่แข่งที่อยู่ต่างจังหวัดโดยอัตโนมัติ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ราคาสั่งผลิตแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน
ผลกระทบเชิงโครงสร้างของอัตราค่าแรงต่อต้นทุนผลิตเสื้ออยู่ที่ ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทกระทบต้นทุนผลิตเสื้อแค่ไหน
ต้นทุนแรงงานอยู่ตรงไหนในราคาเสื้อหนึ่งตัว
ต้นทุนเสื้อสั่งผลิตมาจากสามก้อนหลัก คือเนื้อผ้า งานตัดเย็บซึ่งเป็นค่าแรง และงานพิมพ์ บวกค่าดำเนินการกับกำไร ค่าแรงเป็นต้นทุนต่อเดือนที่ถูกหารด้วยจำนวนงานที่ผลิตได้จริง หลักคิดสามข้อ
- ยิ่งผลิตต่อล็อตมาก ต้นทุนแรงงานต่อตัวยิ่งต่ำ เพราะเวลาตั้งเครื่อง เซ็ตบล็อกสกรีน และจัดคิว ถูกเฉลี่ยไปกับจำนวนตัวที่มากขึ้น
- คิวงานที่เต็มกำลังคุ้มกว่าคิวว่าง ค่าแรงต้องจ่ายตามเดือนอยู่แล้ว งานว่างคือต้นทุนจม
- แบบที่ตัดเย็บง่ายเสียเวลาน้อย ค่าแรงต่อตัวจึงถูกลง ดีไซน์ที่ซับซ้อนเกินจำเป็นเพิ่มชั่วโมงแรงงาน
นี่คือเหตุผลที่การสั่งผลิตเป็นล็อตมักถูกกว่าต่อตัวเมื่อเทียบกับพิมพ์ทีละใบ การเปรียบเทียบอยู่ที่ Print on Demand เทียบกับสั่งผลิตจริง
ห้ากลยุทธ์คุมต้นทุนโดยไม่ขึ้นราคา
| กลยุทธ์ | ทำอย่างไร |
|---|---|
| รวมออร์เดอร์เป็นล็อต | รวมหลายรุ่นหลายสีในรอบผลิตเดียว เพื่อเฉลี่ยค่าเซ็ตงานและค่าแรง |
| ล็อกสเปกให้ชัดก่อนผลิต | ลดการแก้งานกลางทางที่เพิ่มชั่วโมงแรงงานและของเสีย |
| เลือกเนื้อผ้าและเทคนิคพิมพ์ให้เหมาะงาน | ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงสุดถ้างานไม่ต้องการ |
| ทบทวนราคาเป็นรอบ | ปรับราคาพร้อมกันทั้งต้นทุนผ้า หมึก และแรงงาน แทนขยับถี่ |
| วางแผนคิวล่วงหน้า | หลีกเลี่ยงงานด่วนที่ต้องทำ OT ซึ่งดันต้นทุนแรงงานต่อตัว |
ก่อนเปิดผลิตล็อตแรก ให้กาง เช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิตเสื้อยืดล็อตแรก เพื่อล็อกสเปกให้จบและลดต้นทุนแฝงจากการแก้งาน ถ้าทุนยังจำกัด ดูแนวคิดเริ่มจากงบเล็กที่ ต้นทุนเสื้อแบรนด์ต่อตัวเท่าไร
ส่งสเปกและจำนวนที่คิดไว้มาให้ทีมงาน Thana Plus 153 คำนวณราคาจากต้นทุนจริงและช่วยวางแผนล็อตให้คุ้มได้
แหล่งอ้างอิง
- Starting July 1: Ministry of Labour Revises Minimum Wage — Ministry of Labour (mol.go.th)
- Bangkok Minimum Wage Rises to 400 Baht — PKF Thailand
- Thailand’s New Social Security Wage Ceilings, Effective January 2026 — DLA Piper
- Thailand Increases Social Security Base Wages and Benefits — Tilleke & Gibbins
- Thailand Social Security Contribution Changes for 2026 — HLB Thailand



