เนื้อผ้า

ตารางคลาส ISO 20471 พื้นที่ผ้าเรืองแสงขั้นต่ำเท่าไหร่

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

เสื้อเซฟตี้สีเหลืองเรืองแสงติดแถบสะท้อนแสงรอบลำตัวและแขนตามมาตรฐาน ISO 20471

คลาสของ ISO 20471 วัดจากพื้นที่ขั้นต่ำของวัสดุสองชนิดบนเสื้อ คือผ้าสีเรืองแสงกับแถบสะท้อนแสง คลาส 1 ต้องมี 0.14 และ 0.10 ตารางเมตร คลาส 2 ต้องมี 0.50 และ 0.13 ตารางเมตร ส่วนคลาส 3 ต้องมี 0.80 และ 0.20 ตารางเมตร ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องระบุในใบสั่งผลิต

ตารางพื้นที่ขั้นต่ำของทั้งสามคลาส

คลาสผ้าสีเรืองแสงขั้นต่ำแถบสะท้อนแสงขั้นต่ำเหมาะกับ
Class 10.14 ตร.ม.0.10 ตร.ม.ความเสี่ยงต่ำ พื้นที่จำกัดความเร็วหรือนอกถนน
Class 20.50 ตร.ม.0.13 ตร.ม.ความเสี่ยงปานกลาง ใกล้การจราจร
Class 30.80 ตร.ม.0.20 ตร.ม.เสี่ยงสูงสุด ถนนความเร็วสูงหรือทัศนวิสัยแย่
  • Class 1 งานในลานจอดและคลังสินค้าที่จราจรน้อยหรือความเร็วต่ำ
  • Class 2 งานในเขตเมืองหรือใกล้รถวิ่ง
  • Class 3 ถนนความเร็วสูง งานกลางคืน ฝนหรือหมอก และงานริมทางรถไฟ ต้องมองเห็นได้รอบตัว 360 องศา จึงมักต้องเป็นเสื้อแขนยาว

นอกจากพื้นที่แล้ว มาตรฐานยังกำหนดว่าแถบสะท้อนแสงต้องกว้างอย่างน้อย 50 มิลลิเมตร และจัดวางให้ล้อมรอบลำตัวเพื่อให้เห็นจากทุกมุม เกณฑ์ในการเลือกคลาสคือความเร็วของยานพาหนะรอบตัวกับทัศนวิสัย งานยิ่งเร็วยิ่งมืดยิ่งต้องคลาสสูง

EN ISO 20471 เป็นมาตรฐานสากลของเสื้อผ้าทัศนวิสัยสูงสำหรับงานอาชีพ ซึ่งเข้ามาแทนที่ EN 471 ตั้งแต่ปี 2013 และกลายเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักทั่วโลก

สีเรืองแสงกับแถบสะท้อนแสงทำงานคนละเวลา

  1. ผ้าสีเรืองแสง ดูดแสงยูวีหรือแสงคลื่นสั้นแล้วเปล่งกลับเป็นแสงที่ตาเห็น ทำให้ผ้าดูสว่างจัดกว่าสีย้อมทั่วไปตอนกลางวัน แต่ไม่ช่วยตอนกลางคืนเพราะไฟหน้ารถแทบไม่มียูวี กลางคืนผ้าสีนี้จะดูเป็นสีเข้มธรรมดา สีที่มาตรฐานอนุญาตคือเหลือง ส้มแดง และแดง
  2. แถบสะท้อนแสง สะท้อนแสงกลับไปยังต้นกำเนิดแสงคือไฟหน้ารถซึ่งอยู่ใกล้สายตาคนขับ จึงดูสว่างจ้าในลำแสงไฟหน้าตอนกลางคืน แต่กลางวันจะดูเป็นแถบเทาเงินด้าน

แถบสะท้อนแสงทำงานได้สองเทคโนโลยี คือเม็ดแก้วสะท้อนหรือ glass bead และปริซึมขนาดเล็กหรือ microprismatic ซึ่งมักให้ความสว่างมากกว่า ทั้งคู่ส่งแสงกลับไปทางคนขับเกือบขนานกับลำแสงที่เข้ามา

ทำไมคอตตอน 100% ใช้ไม่ได้

โพลีเอสเตอร์เป็นผ้าหลักของเสื้อเซฟตี้เพราะสีเรืองแสงยึดติดกับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ได้ดีและคงสีผ่านการซักกับแดดได้ดีกว่าฝ้าย ส่วนผ้าคอตตอน 100% มักไม่ผ่านเกณฑ์เพราะรับสีเรืองแสงได้ไม่พอตามค่าความสว่างที่มาตรฐานกำหนด และซีดเร็วหลังซัก

สำหรับเมืองไทยที่ร้อนชื้น ควรเลือกโพลีเอสเตอร์เนื้อถักแบบบาง น้ำหนักเบา ระบายอากาศและซับเหงื่อได้ เพื่อใส่ทำงานทั้งวันได้ไม่อับ และหลีกเลี่ยงโพลีเอสเตอร์เนื้อหนาคุณภาพต่ำที่กักความร้อน แนวคิดผ้าระบายเหงื่ออยู่ที่ ผ้าระบายเหงื่อและกันยูวี และถ้าทำเป็นชุดยูนิฟอร์มทั้งทีม ดูที่ แกรมผ้าโปโลกี่ GSM ถึงทนซักทุกวัน

ANSI/ISEA 107 ถ้าลูกค้าอยู่ฝั่งอเมริกา

มาตรฐาน ANSI/ISEA 107-2020 แบ่งเสื้อตาม Type และ Class ควบคู่กัน

  • Type O สำหรับงานนอกถนน มีเฉพาะ Class 1 ใช้ในพื้นที่ควบคุมที่ไม่ติดถนน
  • Type R สำหรับงานริมถนน เป็น Class 2 หรือ 3 สำหรับคนที่อยู่ใกล้การจราจร
  • Type P สำหรับหน่วยกู้ภัยและฉุกเฉิน เป็น Class 2 หรือ 3

ฝั่งสหรัฐฯ ยังมีข้อกำหนดเชิงกฎหมาย โดย OSHA อ้าง General Duty Clause มาตรา 5(a)(1) กำหนดให้คนงานริมถนนและงานก่อสร้างทางต้องสวมเสื้อทัศนวิสัยสูง เพราะการถูกยานพาหนะชนถือเป็นอันตรายที่รับรู้ได้ โดยทั่วไปคนงานริมถนนควรอยู่ที่ Class 2 ขึ้นไป และงานความเร็วสูงต้อง Class 3

ยูวีคือสาเหตุหลักที่ทำให้เสื้อหมดอายุ

  • อ่านป้ายดูจำนวนรอบซักสูงสุด ISO 20471 บังคับให้ระบุจำนวนรอบซักที่ยังรับประกันประสิทธิภาพไว้บนป้าย
  • แสงแดดทำให้สีเรืองแสงจางลง เพราะสีเรืองแสงเป็นสีย้อมอินทรีย์ที่ทนแสงได้จำกัด
  • เลี่ยงน้ำยาฟอกขาว น้ำยาแรง และการอบแห้งความร้อนสูง เพราะทำให้แถบสะท้อนแสงเสียและสีจาง
  • เปลี่ยนตัวใหม่เมื่อสีหรือแถบเสื่อมจนเห็นได้ชัด มักอ้างกันคร่าว ๆ ว่าราวทุก 6 เดือนสำหรับงานกลางแดดจัด แต่ให้ยึดสภาพจริงเป็นหลัก

ส่งลักษณะงานและจำนวนคนมาให้ทีมงาน Thana Plus 153 ช่วยกำหนดคลาส เนื้อผ้า และตำแหน่งแถบสะท้อนแสงให้ตรงมาตรฐานก่อนสั่งผลิต

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ISO 20471 มีกี่คลาส แต่ละคลาสต้องมีพื้นที่เท่าไหร่

มีสามคลาส คลาส 1 ต้องมีผ้าสีเรืองแสงอย่างน้อย 0.14 ตารางเมตรและแถบสะท้อนแสง 0.10 ตารางเมตร คลาส 2 ต้องมี 0.50 และ 0.13 ตารางเมตร ส่วนคลาส 3 ต้องมี 0.80 และ 0.20 ตารางเมตร

แถบสะท้อนแสงต้องกว้างเท่าไหร่

มาตรฐานกำหนดให้กว้างอย่างน้อย 50 มิลลิเมตรหรือ 5 เซนติเมตร และต้องจัดวางให้ล้อมรอบลำตัวเพื่อให้มองเห็นได้จากทุกมุม ไม่ใช่ติดเฉพาะด้านหน้าหรือด้านหลัง

สีเรืองแสงกับแถบสะท้อนแสงทำงานคนละเวลากันยังไง

เพราะทำหน้าที่คนละเวลา สีเรืองแสงดูดแสงยูวีมาเปล่งเป็นแสงสว่างจึงเด่นตอนกลางวันแต่ไม่ช่วยตอนกลางคืน ส่วนแถบสะท้อนแสงสะท้อนไฟหน้ารถกลับไปหาคนขับจึงเห็นชัดในที่มืด มาตรฐานจึงบังคับให้มีทั้งสองอย่าง

ใช้ผ้าคอตตอนทำเสื้อเซฟตี้ได้ไหม

ผ้าคอตตอน 100% มักไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะรับสีเรืองแสงได้ไม่พอตามค่าความสว่างที่มาตรฐานกำหนดและซีดเร็วหลังซัก โพลีเอสเตอร์จึงเป็นผ้าหลักของเสื้อเซฟตี้เพราะสีเรืองแสงยึดติดกับเส้นใยได้ดีกว่า

อะไรทำให้เสื้อเซฟตี้เสื่อมเร็วที่สุด

แสงแดดหรือรังสียูวี เพราะสีเรืองแสงเป็นสีย้อมอินทรีย์ที่ทนแสงได้จำกัด รองลงมาคือน้ำยาฟอกขาว น้ำยาแรง และการอบแห้งความร้อนสูงที่ทำให้แถบสะท้อนแสงเสีย ควรดูจำนวนรอบซักสูงสุดที่ระบุบนป้ายประกอบ

สนใจผลิตเสื้อกับ THANAPLUS? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @TNP153